ตะไคร้…ผักสวนครัว..รัวๆ คุณค่า

ตะไคร้…ผักสวนครัว..รัวๆ คุณค่า

เคยเห็นกันใช่ไหม ในต้มยำกุ้งจะมีเครื่องต้มยำเป็นท่อนๆ นั่นล่ะที่เรียกว่า ตะไคร้ หรือ Lemongrass พืชสวนครัวข้างรั้วบ้านที่มีกลิ่นหอมใช้ดับกลิ่นคาวได้แถมยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย…
คงจะมีใครหลายคนคิดว่า ตะไคร้ใช้ในการปรุงอาหารเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วตะไคร้เป็นพืชสมุนไพรที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี โฟเลต แมกนีเซียม สังกะสี ทองแดง เหล็ก โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส แคลเซียมและแมงกานีส
ตะไคร้ช่วยทำให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น สารเคมีที่อยู่ในตระไคร้จะช่วยขับปัสสาวะ ขับสารพิษและกระยูริกที่อยู่ในปัสสาวะออกจากร่างกาย แล้วตระไคร้ก็สามารถลดแก๊สในลำไส้ด้วย โดยการนำไปต้มเป็นชา ดื่มระหว่างวัน จะทำให้ลดอาการท้องอืดและลดแก๊สในกระเพาะอาหาร ทั้งนี้ น้ำมันหอมจากตะไคร้มีสารออกฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ ทำให้ช่วยลดการจุกเสียด ช่วยขับลมและยังยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ ยิ่งไปกว่านั้น ตะไคร้ก็ยังช่วยป้องกันการสะสมของไขมันในเส้นเลือด ทำให้เลือดไหวเวียนได้สะดวก แล้วตะไคร้ยังสามารถป้องกันโรคมะเร็งอีกด้วย โดยเฉพาะโรคมะเร็งผิวหนัง โรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมาก
ในด้านการรักษาความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจก็สามารถทำให้บรรเทาได้ด้วยน้ำมันหอมระเหยที่ทำจากตะไคร้ เพราะน้ำมันหอมระเหยมีส่วนประกอบของวิตามินซี ซึ่งจะช่วยลดการอุดตันในทางเดินหายใจแถมน้ำมันหอมระเหยจากใบตะไคร้ก็ช่วยลดอาการปวดและอักเสบต่างๆ อาทิ ปวดฟัน ปวดกล้ามเนื้อ ปวดตามข้อ อีกทั้งตะไคร้ยังสามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันได้ด้วย นอกจากนั้น ตะไคร้ก็มีสารซิทราล (Citral) และ เมอร์ซีน (Myrcene) ที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อรา ทำให้สามารถต่อต้านเชื้อราและรักษาโรคกลากเกลื้อนได้
ตะไคร้ยังมีประโยชน์อีกหลายอย่างนะ เช่น แก้อาเจียน โดยการนำตะไคร้ไปตำให้ละเอียด แล้วคั้นเอาน้ำ เพื่อดื่ม น้ำตะไคร้จะช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ ลดอาการเมาและช่วยแก้อาเจียน แล้วน้ำตะไคร้ก็ยังช่วยแก้กระหายอีกด้วย สำหรับการไล่ยุงและแมลงก็สามารถใช้ตะไคร้ได้ โดยการใช้ตะไคร้หอม ซึ่งเป็นคนละแบบกับตะไคร้ที่ใช้ทำอาหาร ตะไคร้หอมจะมีกลิ่นหอมทั้งต้น เป็นกลิ่นที่ยุงและแมลงไม่ชอบจึงสามารถนำไปไล่ยุงกับแมลงได้ ตะไคร้ยังสามารถช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูเปล่งปลั่งมีสุขภาพดีและยังทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ ช่วยลดสิวได้ด้วย
อีกสิ่งที่เด็ดมากและคิดว่าหลายคนอาจจะยังไม่รู้ก็คือ ตะไคร้มีฤทธิ์ในการกำจัดลูกน้ำ แล้วหากนำน้ำตะไคร้ไปผสมกับน้ำสะเดาก็สามารถนำไปฉีดพ่น เพื่อไล่แมลงที่ทำลายพืชผักหรือต้นไม้นั้นๆ ได้เช่นกัน
สรรพคุณของตะไคร้มีอีกไม่น้อย เป็นต้นว่า ต้นตะไคร้ช่วยในการขับเหงื่อ เป็นยาบำรุงธาตุไฟให้เจริญ ช่วยบำรุงสายตา ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง ช่วยบำรุงสมองเพิ่มสมาธิ ช่วยรักษาโรคอหิวาตกโรคและช่วยแก้โรคหอบหืด ใบสดของตะไคร้ช่วยแก้ไข้ ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง หัวตะไคร้ช่วยแก้อาการกษัยเส้น แก้ลมใบ รักษาโรคนิ่ว ช่วยแก้ลมอัมพาตและยังสามารถแก้ปัญหาปัสสาวะชัด โดยการใช้หัวตะไคร้ 3-5 หัว คั่วไฟให้เหลือง แล้วใส่น้ำร้อนเหมือนชงชาและรับประทานเป็นยาแก้ปัสสาวะขัด
ต่อไปจะเป็นสิ่งที่คุณผู้หญิงให้ความสนใจกันมากแน่นอน เพราะผู้หญิงกับความงามเป็นของคู่กัน ตะไคร้ก็มีประโยชน์ด้านสุขภาพของความสวยความงามเหมือนกัน
– ตะไคร้ช่วยกำจัดปัญหาสุขภาพของหนังศีรษะ ไม่ว่าจะ รังแคหรือหนังศีรษะแห้งลอกแตกหลุดเป็นแผ่นๆ รวมถึง
ช่วยบรรเทาอาการคัน แล้วก็ช่วยลดอาการเส้นผมแตกปลาย บำรุงเส้นผมให้ดกดำและเงางามด้วย
– ตะไคร้ช่วยฟื้นฟูผิวหน้าให้ดีขึ้นได้ การทำคลีนเซอร์ล้างหน้าจากตะไคร้ มีส่วนประกอบสำคัญคือ น้ำมันตะไคร้
น้ำผึ้งและน้ำมันทีทรี โดยการนำน้ำผึ้งผสมกับน้ำมันทีทรีเพียงเล็กน้อยและใส่น้ำมันตะไคร้ลงไป 2 หยด คนให้เข้ากัน เสร็จแล้วก็สามารถนำไปทำความสะอาดผิว ซึ่งคลีนซิ่งนี้จะทำให้ผิวชุ่มชื้น ช่วยปรับสีผิวสม่ำเสมอและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
– ตะไคร้มีส่วนช่วยกระชับรูขุมขนไร้ความมัน ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้างและผิวหน้ามัน ลองกระชับรูขุมขนด้วย
เจลว่านหางจระเข้ผสมกับสารสกัดจากวิตช์ ฮาเซล 1 ช้อนชา และน้ำมันตะไคร้อีก 2 หยด คนให้เข้ากัน จากนั้นนำไปทาให้ทั่วใบหน้าที่ล้างสะอาด ทิ้งไว้ให้ซึมลงผิว เท่านี้ผิวหน้าก็กระชับและความมันลดลงด้วย
– ตะไคร้ช่วยดับกลิ่นกาย ผู้ที่มีปัญหากลิ่นกายหรือกลิ่นรักแร้รุนแรง สามารถนำเบกกิ้งโซดาผสมกับน้ำมันตะไคร้
ประมาณ 5 หยด ผสมให้เข้ากัน แล้วทาลงบนผิวรักแร้ที่ยังหมาดๆ ทำเป็นประจำกลิ่นกายที่ไม่พึงประสงค์จะไม่มากล้ำกรายอีกแน่
เป็นอย่างไรกันบ้าง พืชสวนครัวริมรั้วอย่างตะไคร้ ไม่ใช่แค่ปรุงอาหารอร่อย แต่ยังมีดีเยอะแยะเลยใช่ไหม ใครที่มีปัญหาตามที่กล่าวข้างต้นก็สามารถลองพิสูจน์ด้วยตัวเองหรือจะบอกกล่าวให้พ่อ แม่ พี่ น้อง ลุง ป้า น้า อา หรือ เพื่อนๆ ให้ได้รู้สรรพคุณและประโยชน์ของตะไคร้ แล้วลองพิสูจน์ด้วยก็จะเป็นการดียิ่งนัก เพราะคำบอกเล่าเก้าสิบ มันยังไม่แน่ชัดเท่า…ลองทำเองและได้เห็นกับตานะจ๊ะ